วิธีการส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลก ส่งออก นำเข้า ขายส่ง
วิธีการส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลก

     คุณเคยอยากขายสินค้าให้ฝรั่งบ้างไหม ผมเชื่อว่าความฝันของนักธุรกิจทุกคนคือการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ หลายคนอยากโกยเงินดอลล่าร์เข้าประเทศไทย(แต่ตอนค่าเงินดอลล์ตก ก็โกยเป็นสกุลอื่นเข้ามาละกันนะครับ) แม้กระทั่งคนที่ยังไม่เคยทำธุรกิจ และอาจจะเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ ความฝันแรกมักจะเป็นการตั้งเป้าส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าสินค้าของตนน่าจะเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ด้วยเหตุผล “ผู้ขายส่วนใหญ่มั่นใจว่าสินค้าของตน ฝรั่งเห็นแล้วต้องทึ่ง ต้องรุมซื้อ และเชื่อมั่นว่า เขาสามารถทำให้สินค้าเป็นที่นิยมได้” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้เขียนอยากรู้ว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าชาวต่างชาติชอบอะไร ต้องการอะไร และจะตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณด้วยเหตุผลอะไร หากคุณต้องการทำธุรกิจแบบยั่งยืน คุณต้องเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคมาเป็นอันดับหนึ่ง


     ผู้ขายชาวไทยมีค่านิยมผิด ๆในการหาสินค้ามาขายฝรั่ง ทุกสัมมนามักจะสอนคล้าย ๆกันว่าหากคุณอยากรู้ว่าฝรั่งเค้านิยมอะไร ง่าย ๆก็คือคุณก็ไปเดินแหล่งช็อปปิ้งของเมืองไทยที่ฝรั่งมักจะไปเดินช็อปปิ้งกัน สุดท้ายผู้ขายส่วนมากจึงนิยมไปเดินดูฝรั่งที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ด้วยเหตุผลว่าอยากรู้ว่าฝรั่งจะตัดสินใจซื้ออะไรกลับประเทศ ซึ่งผลที่ออกมาก็ชัดเจน ฝรั่งซื้อโขน ซื้องานเบญจรงค์ ซื้อปลอกหมอนลายไทย ผู้ขายจึงติ๊งต่างว่า ชั้นค้นพบแล้ว ฝรั่งชอบของไทย (นี่อาจจะเป็นต้นกำเนิดของ otop ก็ได้นะ) ดังนั้น ผู้ขายจึงตัดสินใจลงทุนซื้อสินค้าไทยมาสต็อคเพื่อที่จะทำตลาดในอินเตอร์เน็ตและขายฝรั่ง ผลปรากฏว่า เจ๊งเรียบครับ


     ก่อนอื่นเลย เราต้องเข้าใจก่อนว่า ฝรั่งซื้อสินค้าไทยไปเป็นของฝาก ไม่ได้ซื้อไปใช้ ผมถามว่าคุณไปญี่ปุ่น คุณซื้อเครื่องรางของวัดอาซากุสะเพื่อเป็นสิริมงคล แต่ถ้าคุณอยู่เมืองไทย คุณจะยังสั่งซื้อเครื่องรางของวัดอยู่อีกไหม คำตอบคือไม่ ฝรั่งก็เช่นกัน ดังนั้นสินค้าที่ฝรั่งต้องการ คือสินค้าที่เค้าใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สินค้าที่เป็นของฝาก คุณต้องศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าในประเทศนั้น ๆ และหาว่าเค้าต้องการอะไรที่เค้าหาในประเทศเค้าไม่ได้ อาจจะด้วยเหตุผลว่าในประเทศแพงเกินไป หายาก คุณภาพสู้สินค้านำเข้าไม่ได้ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เหตุผลสำคัญคือตอบให้ได้ว่าทำไมเค้าต้องซื้อกับเรา


     สมมุติว่าคุณหาสินค้าได้แล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือการสร้างเว็บไซต์ให้ถูกหลัก E-commerce โดยวิธีง่าย ๆคือเลียนแบบเว็บไซต์ที่เราชอบ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเอาเว็บไซต์ที่เราแอบปลื้มไปตรวจสอบใน alexa.com ก่อนนะครับ เพราะเว็บไซต์ที่เราชอบ อาจจะไม่ใช่เว็บไซต์ที่ฝรั่งชอบก็เป็นได้ หลังจากนั้น อาจจะจ้างโปรแกรมเมอร์เขียน หรือมาเว็บไซต์สำเร็จรูปมารองรับก็ได้ ซึ่งก็หาได้ไม่ยากนักในตลาด
ต่อจากนั้น เราต้องเริ่มทำตลาด โดยวิธีทำตลาดต่างประเทศมีดังนี้
    SEO(Search Engine Optimization) การทำตลาดผ่านทางกูเกิ้ล
    Alibaba.com or eBay.com เป็นการทำตลาดแบบทางลัด ซึ่งเป็นช่องทางในการเจาะตลาดโลกได้ดีอีกวิธีหนึ่ง แต่ก็เป็นช่องทางที่คู่แข่งเข้าถึงได้ง่ายเช่นกัน
    Email Marketing ถึงแม้ยุคนี้จะเป็นยุคอีเมล์ขยะ แต่การทำตลาดโดยใช้อีเมล์ ก็ยังเป็นวิธีที่ได้ผลดี และลงทุนต่ำที่สุด
    Facebook ตลาด Social Network ถือเป็นตลาดที่โตที่สุดในทศวรรษนี้ โดยการทำตลาดในเฟสบุ๊คถือเป็นการตลาดที่น่าสนใจมาก ๆ
    Twitter การทำตลาดผ่านทาง Short Message สามารถสร้างสาวกและสร้างไอดอลได้ ซึ่งจะสามารถเพิ่มช่องทางการตลาดได้อย่างดี
    Classified เป็นการทำตลาดแบบโบราณที่สุด แต่ก็ได้ผลดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ถ้าให้คะแนน ก็น่าจะอยู่ประมาณ 8/10


    

     การจะเลือกใช้ช่องทางการตลาดแบบใดต้องดูที่สินค้าเป็นอันดับแรก สินค้าแต่ละประเภทเหมาะกับช่องทางการตลาดที่แตกต่างกัน
ในส่วนสุดท้าย คือวิธีการรับเงินและส่งสินค้า ลูกค้าทั่วโลกนิยมใช้ Paypal สำหรับรับ-จ่ายเงินสำหรับจำนวนเงินที่ไม่มากเกินไป และเหมาะกับสินค้าที่เป็นประเภทขายปลีกเท่านั้น แต่หากเป็นสินค้าที่สั่งเป็นจำนวนมาก ๆ คุณจำเป็นต้องเลือกประเภทการชำระเงินให้เหมาะสม นั่นคือ TT/T และ LC นั่นเอง สำหรับการส่งสินค้า คุณสามารถเลือกส่งได้ 2 ประเภทคือ ทางอากาศและทางเรือ โดยทางอากาศนั้น สามารถใช้บริการของไปรษณีย์ไทย และทางเรือสามารถใช้บริการของชิปปิ้งเอกชนทั่ว ๆ ไป โดยสามารถค้นหาจากในกูเกิ้ลได้ครับ